บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

Pied Piper นักเป่าขลุ่ย นิทานกริมม์

Sunfilm ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 - 14:22 น.
AA 134

นิทานกริมม์ นิทานเรื่องแต่งจากสองพี่น้องชาว เยอรมัน  ยาคอบ ลุดวิก คาร์ล กริมม์ กับวิลเฮมล์ คาร์ล กริมม์ หรือเป็นที่รู้จักในนาม พี่น้องกริมม์ โดยนิยายนิทาน ที่สองพี่น้องกริมม์แต่งขึ้น มีทั้ง 200 กว่าเรื่อง

 

นิทานกริมม์
นิทานกริมม์

ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง หนูน้อยหมวกแดง  ซินเดอรเดลาร์ สโนไวท์ และเจ้าหญิงนินทา 

หนูน้อยหมวกแดง
หนูน้อยหมวกแดง
สโนไวท์
สโนไวท์

หลายคนคงจะผ่านตา นิทานพวกนี้มาบาง ในฉบับ ภาพยนต์อย่าง วอสลดีนีย์ ที่นำเอานิยายของพี่น้องกริมม์มาดันแปลงเนื้อหา ให้เข้ากับเด็ก และดูเนื้อเรื่องสดใส

แต่ถ้าเราลองหาต้นฉบับ  ลองอ่านต้นฉบับ ของนิทานพี่น้องกริมม์ แล้วละก็ จะรู้ว่าเนื้อเรื่อง ของต้นฉบับ นั่นไม่ได้น่ารัก สดใส แบบของวอสดีนีย์เลย  สำหรับนิทานของพี่น้องกริมม์ ไม่เหมาะกับเด็กอย่างรุนแรง ถ้าเล่าให้เด็กอาจจะฝันร้ายเลยก็ได้ เพราะนิทานของพี่น้องกริมม์ บางเรื่องก้หยิบเค้าโครง อางอิงมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แล้วมาดัดแปลงเป็นนิยาย ไม่ว่าจะเรื่อง สโนไวท์ เองก้มาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในประเทศรัสเชีย 

สโนไวท์
สโนไวท์

และอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าโด่งดังไม่แพ้ นิทานเรื่องอื่นเลย นั่นคือเรื่อง

the pied piper
the pied piper

ไพเพอร์ หรือ ชื่อคนเป่าขลุ่ย ที่ว่าด้วยเรื่องของ ชายเร่ร่อน ที่เป็นนักเป่าขลุ่ย โดยเสียงขลุ่ยสามารถที่จะทำให้ สัตว์หลายชนิด ไม่ว่าจะหนู แมว นก กระรอก หรือ กระทั้งมนุษย์ ลุกขึ้นเต้นมาเสียงเพลงของเขา

และในปี 1993 ที่ทาง วอสลดีนีย์ ได้ผลิดการ์ตูน เรื่อง ไพ ไพเพอร์ ขึ้นมา โดยดัดแปลงมาจากนิยาย ของพี่น้องกริมม์ ต้นฉบับ โดยเนื้อเรื่อง ของ วอสลดีนีย์ ก็เล่าถึงชายนักเป่าขลุ่ย โดยมีหนู เป็นเพื่อนรวมทาง และคอยเป่าขลุ่ย สร้างความสุขให้กับเด็กและชาวบ้าน 

และก็เวอร์ชั่นของ ภาพยนต์ ครั้งแรก ในปี 1972 แต่ไพเพอร์ ในเวอร์ชั่นนี่ จะเป็นออกแนว ตลก สะมากกว่า 

the pied piper 1972
the pied piper 1972

ส่วนใหญ่อาจจะเคยเห็นทาง ฝั่ง วอสลดีนีย์  มาแล้ว แต่อย่างที่บอกว่า เขาหยิบเค้าโครงจาก ต้นฉบับของพี่น้องกริมม์  ถ้าดูจากต้นฉบับ จะรู้ว่า ทางผั่ง วอสลดีนีย์ ปรับปรุงเนื้อหาไปค่อนข้างเยอะ แต่ทางภาพยนต์ก็มีการหยิบ เอาต้นฉบับ ดั้งเดิมมาสร้างเป็นหนังเช่นกัน ยกตัวอย่าง เช่น 

คนเป่าขลุ่ย
คนเป่าขลุ่ย

ปี 2015 เดอะ ไพเพอร์  หนังของทางฝั่งเกาหลี ที่หยิบเอานิทาน ของกริมม์มาดัดแปลง ในเวอร์ชั่นเกาหลี แต่เวอร์ชั่น มีการเพิ่มบทขึ้นมาคือ ทางฝั่งของตัวเอก หรือ นักเป่าขลุ่ย เขามีลูกชาย โดยเขาต้องการเดินทางไปโซล เพื่อพาลูกชายไปรักษาโรคปอด แต่ในขณะเดินทางพวกเขาเจอหมู่บ้าน ที่ไม่มีในแผนที่และต้องการพักพ่อน จึงขอร้องให้หัวบ้าน หาที่พักให้กับพวกเขา แต่ปัญหาของหมู่บ้าน คือเรื่องหนูที่มาก่อกวนคนในหมู่บ้าน จนนักเป่าขลุ่ย เสนอว่าจะช่วยกำจัดหนูให้กับชาวบ้าน และทางฝั่งชาวบ้านและหัวหน้าหมู่บ้านก็จะให้เงินทองกับเขา แต่พอเขาทำสำเร็จ คนในหมู่บ้านไม่ต้องการที่จะให้ เงินเขา และใส่ความว่าเขาคือกลุ่มคอมมิวนิสต์ ช่วงสงครามเกาหลี อีกด้วย จึงขับไล่เขาออกจากหมู่บ้าน แต่แค่นั่นไม่พอ เขายังต้องสูญเสียสิ่งเดียวที่มีค่าสำหรับเขา นั่นก็คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเขานั่นเอง จากชายหนุ่มที่ใจดี คอยช่วยเหลือคนอื่น คอยสร้างความสนุกสนานให้กับคนอื่น ทำให้เขาต้องกลายเป็นปีศาจ และต้องเอาคืนในสิ่งเขาโดนกระทำมา และคำว่าปีศาจ ไม่มีความปราณี

 

คนเป่าขลุ่ย
คนเป่าขลุ่ย

ในหนังเอง ดัดแปลงมาจาก นิทานของพี่น้องกริมม์ โดยไม่ได้หยิบประเด็นที่ว่าเสียงขลุ่ยของนักเป่าขลุ่ยนั้นสามารถเรียกสัตว์ให้สามารถเดินตามเขาได้ แต่ วิธีการ ของนักเป่าขลุ่ยในเวอร์ชั่นนี่ก็คือ ความฉลาดของเขา ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดหนูโดยใช้ วิธีการหาสมุนไพร กลิ่นที่หนูไม่ชอบ บวกกับเสียงขลุ่ย ที่คอยหลอกล่อพวกหนูให้เดิน ตามแผนที่เขาวางไว้  และในตัวของหนังเองยังสะท้อน สังคมของเกาหลี ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน เช่น ความเห็นแก่ตัว ความที่ดูถูกเพศหญิง หรือ แม้กระทั่งความดูถูก คนด้อยกว่า ฉากจบเนื้อเรื่องของเวอร์ชั่นก็หดหู่ ไม่แพ้กับต้นฉบ้บ เช่นกัน

จริงแล้วก็มีการยกเอานิยายเรื่องไพเพอร์มาทำเป็นรูปแบบภาพยนต์เยอะเช่นกัน อย่างเช่น 

เดอะ ไพ เพอร์ ปี 1986

เดอะ ไพ เพอร์ ปี 1986
เดอะ ไพ เพอร์ ปี 1986

ที่หยิบเอาตัวละครไพเพอร์  มาในรูปแบบ ยมทูต 

หรือในปี 1957  ไพเพอร์ ออฟ ฮาเมริน 

1957  ไพเพอร์ ออฟ ฮาเมริน
1957 ไพเพอร์ ออฟ ฮาเมริน

ในเวอร์ 1957 เป็นเวอร์ชั่นที่ หยิบเอาต้นฉบับ มาทำเป็นภาพยนต์โดยไม่มีการเติมสีตีใข่ อะไรใส่ไปเลย ต้นฉบับเป็นยังไง หนังเป็นยังงั้นเลย


ไพเพอร์ เป็นนิยาย ที่ถือได้กระแสตอบรับข่อนค้างดี ไม่แพ้นิยายเรื่องอื่น 

แต่รู้อะไรไหมว่า นิยายเรื่องกริมก์นั้น มักจะแต่งโดยหยิบเค้าโครงมาจากเรื่องจริง และไพเพอร์หรือนักเป่าขลุ่ยเอง ก็เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงมาก่อน 

เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมของประเทศเยอรมัน เลยก็ว่าได้ เพราะมีการบันทึกประวัติของประเทศเยอรมัน 

ในปี 1284 ที่เมืองหนึ่งของประเทศเยอรมัน ชื่อเมือง ฮาเมลิน ได้เกิดเหตุการณ์ฝูงหนูบุกถล่มชาวเมือง พวกมันมีจำนวนมหาศาลและแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานได้อีกเป็นร้อยๆ มิหนำซ้ำยังกัดแทะข้าวของบ้านเรือนจนได้รับความเสียหาย เป็นพาหะนำโรคติดต่อ ชาวเมืองที่รับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้จึงร่วมกันลงขันเป็นเงินจำนวนหนึ่ง เพื่ออาสาจ้างวานผู้กล้าที่จะมากำจัดหนูพวกนี้ให้หมดไป แต่ทว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าใครจะทำได้สำเร็จ จนกระทั่งการปรากฎตัวของชายคนหนึ่งในชุดหลากสี ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครหรือชื่ออะไร รู้เพียงแต่ว่าเขามีวิชาเป่าขลุ่ยที่เก่งกาจและจะอาสาขับไล่หนูให้ชาวเมือง ทุกคนเรียกเขาว่า เดอะไ พเพอร์ หรือชายเป่าขลุ่ย ตามความสามารถในการเป่าขลุ่ยอันน่าเหลือเชื่อของเขา ชาวเมืองทุกคนสัญญาจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้กับชายเป่าขลุ่ยหากเขาช่วยกำจัดหนูออกไปให้หมดจากเมืองนี้ เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มเป่าขลุ่ยเป็นบทเพลงในท่วงทำนองสุดประหลาด จากนั้นก็ออกเดินไปตามทางท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่จับจ้องอยู่ ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นเหล่าหนูที่ได้ยินเพลงของชายเป่าขลุ่ย ก็พากันกรูออกมาจากที่หลบซ่อนตัว พวกมันมีจำนวนมหาศาลชนิดที่ต่อแถวเรียงกันยาวเหยียดจนผู้คนในเมืองถึงกับต้องตกตะลึง ชายเป่าขลุ่ยเดินนำพวกมันไปเรื่อยๆจนถึงแม่น้ำเวเซอร์ เขาบรรเลงบทเพลงจนพวกหนูหลงไหลและเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรี จนในที่สุดพวกมันก็กระโดดลงแม่น้ำเวเซอร์จนตายกันหมดไม่เหลือรอดแม้แต่ตัวเดียว ชายเป่าขลุ่ยเดินทางกลับมายังเมืองฮาเมลินพร้อมกับทวงสัญญาที่ชาวเมืองได้รับปากเขาไว้ แต่ทุกคนในเมืองเริ่มรู้สึกเสียดายทรัพย์สมบัติที่ตัวเองมี จึงบอกกับชายเป่าขลุ่ยไปว่า "นี่ไม่ใช่ความสามารถของเจ้า แต่เป็นพวกหนูต่างหากที่ออกเดินไปจากเมืองนี้เอง" ว่าแล้วพวกเขาก็ขับไล่ชายเป่าขลุ่ยออกไปจากเมือง ด้วยความโกรธแค้นชายเป่าขลุ่ยจึงพูดขึ้นว่า "พวกคุณต้องรักษาสัญญา แล้วฉันจะกลับมาเอาสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกคุณไป" เขาหายตัวไปจากเมืองฮาเมลิน จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนได้ยินเสียงขลุ่ยดังขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่มีใครได้ยินนอกจากพวกเด็กๆภายในเมือง พวกเขาออกเดินกันไปเป็นกลุ่มต่อแถวกันยาวเหยียดไม่ต่างไปจากฝูงหนู สิ่งที่รอเด็กๆอยู่เบื้องหน้าก็คือ เดอะ ไพเพอร์ หรือชายเป่าขลุ่ยที่ชาวเมืองเรียก เขาออกเดินหน้านำพวกเด็กๆไปและไม่มีชาวเมืองคนใดได้เห็นลูกๆหลานๆของพวกเขาอีกเลย...ว่ากันว่าจำนวนเด็กที่หายไปในเหตุการณ์ครั้งนี้มีมากกว่า 130 คน  และทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมของเด็ก 130 ชีวิตที่หายไปนะครับ บางคนก็บอกว่า เด็กจะอาาจะโดดน้ำตายในแม่น้ำเดียวกับ ที่หนูกระโดด หรือบางคนบอกว่า เด็กอาจจะถูกขังในถ้ำ และปล่อยให้อดอาหารตาย เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับประเยอรมัน โดยข้อสงสัยหลายอย่าง ว่าชายนักเป่าขลุ่ยเป็นใคร และในเมืองก็ได้สร้างรูปปั้นของชายเป่าขลุ่ย เพื่อยำเตือนว่านี่คือ โศกนาฏกรรม ครั้งหนึ่ง 

รูปหั้น นักเป่าขุล่ย
รูปหั้น นักเป่าขุล่ย

นี่คือเรื่องราว นิทาน ของสองพี่น้องกริมม์ เดอะไพเพอร์ นักเป่าขลุ่ย ที่ไม่ใช่แค่นิทาน แต่เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้วในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นไพเพอร์ในหนัง หรือ จากบันทึก ประวัติศาสตร์ สิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้ก็คือ ไพเพอร์ ไม่ใช่เกิดมาเป็นคนเลวร้าย จริงแล้วเขาเป็นคนที่จิตใจดี มีน้ำใจ แต่สิ่งเดียวที่ทำให้คนดีอย่างเขาเปลี่ยนตัวเอง เป็นปีศาจ นั่นก้คือ ความเห็นแก่ตัว ของคนในหมู่บ้าน ที่ทำกับเขา จนทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นปีศาจ และปีศาจ จะไม่มีคำว่า ปราณี 

 นิทานเรื่องนี้คงจะไม่เหมาะเล่าให้ลูกหลานฟังแน่ๆเลย   ^^ 




ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

Pied Piper นักเป่าขลุ่ย นิทานกริมม์